Document
News4

True Incube ผนึกกำลัง True Digital Park ตั้งเป้าดันประเทศไทยเป็น Startup Hub ของอาเซียน



#Business #TrueIncube #Tech #Pitching

การเข้ามาของนวัตกรรม และเทคโนโลยี ก่อให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆที่ทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด รวมถึงช่วยกระตุ้นให้ธุรกิจในปัจจุบันและอนาคตมีการเติบโตที่ยั่งยืน ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากต่อการสร้างศักยภาพการแข่งขันของประเทศและเศรษฐกิจโดยรวม ทรู อินคิวบ์หนึ่งใน Corporate Venture Capital ของไทยซึ่งก่อตั้งเพื่อบริหารกองทุนและมุ่งเน้นการลงทุนในสตาร์ทอัพที่มีนวัตกรรมเทคโนโลยีรองรับการเติบโตและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปในเศรษฐกิจยุคดิจิทัล หรือ New S-Curveมาตั้งแต่ปี 2010


“เราเรียกตัวเองว่า Corporate VC แปลว่านอกจากเงินลงทุนแล้วเรายังมีแพลตฟอร์มที่ให้สตาร์ทอัพมาเวิร์คกับเราในเชิงต่อยอดเพราะฉะนั้นก็เหมือนเป็นสปิงบอร์ดให้กับสตาร์ทอัพด้วยช่วยสตาร์ทอัพลดความเสี่ยงในการที่จะล้มเหลว ปัจจุบัน ทรูลงทุนในสตาร์ทอัพทั้งในประเทศ รวมถึงสตาร์ทอัพที่อยู่ต่างประเทศ เช่น อเมริกา และอินโดนีเซีย เป็นต้น” ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านนวัตกรรมและความยั่งยืน บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าว ดร.ธีระพล กล่าวต่อว่า ทรู อินคิวบ์ เป็น Corporate Venture Capital ภายใต้ บมจ. ทรู คอร์ปปอเรชั่น ทรูอินคิวท์เป็นบริษัทที่บ่มเพาะสตาร์อัพที่มีนวัตกรรม และเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยทรูจะมีโครงสร้างพื้นฐาน มีเงินลงทุน รวมถึงแพลตฟอร์มสำหรับบ่มเพาะสตาร์ทอัพ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมใหม่ ซึ่งทุกประเทศในโลกพยายามที่จะทำให้ประเทศของตนเอง มีธุรกิจใหม่ๆเกิดขึ้นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และสตาร์อัพ คือนักรบทางเศรษฐกิจรุ่นใหม่ที่ทุกประเทศพยายามจะสร้างอุตสาหกรรมใหม่ในยุค New S-Curve เป็นธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีไม่มีขอบเขตจำกัดแค่ตลาดในประเทศ




“การที่ประเทศไทยจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไปในอีก 10-20 ปี ข้างหน้า ความท้าทายของประเทศก็คือเราจะก้าวข้ามธุรกิจดั้งเดิมที่เป็นเครื่องจักรทางเศรษฐกิจที่เริ่มใช้การไม่ได้แล้วในยุคปัจจุบัน เพราะในช่วง 10-20 ปีที่แล้ว ประเทศเราเคยมีความได้เปรียบในเรื่องของแรงงานที่ราคาไม่สูง เราเคยได้เปรียบในเรื่อง Eastern Seaboard เราเคยได้เปรียบในเรื่องบีโอไอแต่ในปัจจุบันทุกประเทศในโลกเค้ามีการปรับตัวค่อนข้างสูง โดยเฉพาะหลักเกณฑ์ หลักกการด้าน Incentive ในการดึงดูดนักลงทุนเพื่อที่จะมาทำธุรกิจในกลุ่ม New S-Curve หรือธุรกิจที่มีเทคโนโลยี มีบีโอไอ อย่างเดียวก็อาจจะไม่เพียงพอแล้ว เพราะว่าในยุคปัจจุบันการให้ Incentive ต่างๆ” ดร. ธีระพล กล่าวและอธิบายเพิ่มเติมว่า ในยุคปัจจุบันนี้การให้Incentive ต่างๆต้องระบุหรือมีแรงจูงใจ เพื่อดึงดูดบริษัทต่างประเทศนักลงทุนจากต่างประเทศมาลงทุนในไทย หากสามารถดึงอุตสาหกรรมหลักๆมาอยู่ที่ประเทศไทย จะนำมาซึ่งโอกาสให้กับสตาร์ทอัพในการทำนวัตกรรมย่อยขึ้นมาได้เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญในขณะนี้คือประเทศไทยต้องมีการปรับตัวในการที่จะต้องเป็นประเทศที่ดึงดูดนักลงทุนเข้ามาในประเทศไทย




ดร. ธีระพล กล่าวว่า ในการสนับสนุนระบบนิเวศของสตาร์ทอัพในประเทศไทยนั้น ทรู อินคิวบ์ ได้เข้าไปมีบทบาทในการสนับสนุนให้เกิดการบ่มเพาะสตาร์ทอัพตั้งแต่ระดับมหาวิทยาลัยผ่าน ทรู แล็ป สตาร์ทอัพ แซนบล็อก (True Lab Startup Sandbox) เป็นการสนับสนุนโครงการให้ความรู้และให้เงินทุนสนับสนุนค่าพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบมีการจัดประกวด Hackathon และในปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยร่วมเป็นพันธมิตรกับ True Lab ประมาณ 10 มหาวิทยาลัย อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นต้น “กลุ่มทรูเองเรามี ทรู แล็บ ในการลิงก์กับมหาวิทยาลัย มีแล็บอยู่ในมหาลัยและจัดประกวดสตาร์ทอัพในมหาวิทยาลัยได้ง่ายคือเราต้องสร้างที่ที่มีปลาก่อน ปลาเล็กปลาน้อยเราถึงจะค่อยๆ หาปลาใหญ่ขึ้นมาได้เพราะฉะนั้นจำนวนสตาร์ทอัพจริงๆในประเทศไทยมีไม่ได้เยอะ ในปัจจุบันถ้าเราไม่สร้างเด็กรุ่นใหม่มีไอดอลเป็นสตาร์ทอัพประสบความสำเร็จแล้วเค้าสร้างธุรกิจเราจะมีสตาร์ทอัพใหม่ใหม่มาเติมซิสเต็มได้” ดร.ธีระพล กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา ทรู อินคิวท์ มีการลงทุนในสตาร์ทอัพประมาณ 100 ราย มีสตาร์ทอัพที่สามารถอยู่รอดในตลาดได้ในสัดส่วน 20-30 เปอร์เซ็นต์